บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชนตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ หรือ ไอพีพี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีขนาด 2x700 เมกะวัตต์ โดยใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภทบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยระบบคลีนโคลเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด จะเริ่มทำการปรับพื้นที่ในเดือนกรกฎาคม 2545 และจะเริ่มทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ในเดือนกรกฎาคม 2546 ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างทั้งสิ้น 42 เดือน โดยจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. สำหรับหน่วยแรกในเดือนตุลาคม 2549 และหน่วยที่สองในเดือนกุมภาพันธ์ 2550
จะตั้งอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) บริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 2 ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง
โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท บ้านปู โคล เพาเวอร์ จำกัด จากประเทศไทย และ บริษัท ซีแอลพี เพาเวอร์เจน เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างฮ่องกงกับประเทศอังกฤษ
กฟผ. ส่งเอกสารเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2537
กฟผ. ประกาศผู้ชนะการประมูลโครงการ IPP ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2539 ซึ่งบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ คือบริษัทหนึ่งซึ่งชนะการประมูล ณ เวลานั้น หลังจากวันที่ 20 ธันวาคม 2539 กฟผ. และบีแอลซีพี ได้เจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และสามารถ ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งในสัญญา บริษัทฯ มีกำหนดจ่าย ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2545 สำหรับหน่วยที่หนึ่ง และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 สำหรับหน่วยที่สอง ต่อมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในประเทศไทย ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศลดลงมาก กฟผ. จึงได้ทำหนังสือ ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2541 ขอเลื่อนกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. โดยบีแอลซีพี ออกไปอีก 4 ปี คือขอให้บริษัทฯ จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของกฟผ. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2549 สำหรับหน่วยที่หนึ่ง และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 สำหรับหน่วยที่สอง
บริษัทฯ ได้ตอบรับคำร้องขอของ กฟผ. โดยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเจรจาในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม (PPA Amendment) เนื่องจากเปลี่ยนสาระสำคัญในสัญญาเดิม และได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542 บริษัทฯ ได้เจรจาขอเช่าพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 2 กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และได้ลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2543 เพื่อให้เป็นไปตามข้อผูกพันในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่ม หลังจากที่บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ฉบับแรก บริษัทฯ ได้ดำเนินการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า และท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน เพื่อให้เป็นไปตาม PPA โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ซึ่งรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าและรายงานฯ ของท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2544 และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2545 ตามลำดับ
ส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ตัวโรงไฟฟ้า ท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน และลานกองถ่านหิน
ไม่ใช่ โครงการโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ ได้กำหนดพื้นที่ก่อสร้างในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง มาตั้งแต่เริ่มโครงการ ปี 2539 ไม่ได้ย้ายการก่อสร้างมาจากจังหวัดอื่น
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ ถูกออกแบบมาให้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภท
บิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย
ถ่านหินบิทูมินัส เป็นถ่านหินที่มีคุณภาพดีกว่าลิกไนต์มาก เพราะให้ค่าความร้อนสูงกว่าลิกไนต์ประมาณ 1 เท่า ขณะที่มีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำกว่ามาก สำหรับบีแอลซีพีจะใช้ถ่านหินบิทูมินัสที่มีปริมาณซัลเฟอร์ไม่เกินร้อยละ 0.7 และเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 0.45 ตลอดปี ส่วนถ่านหินลิกไนต์มีปริมาณซัลเฟอร์ประมาณร้อยละ 3-5
ถ่านหินบิทูมินัส เป็นถ่านหินคุณภาพดี นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย
เป็นไปไม่ได้ เพราะระบบของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ ถูกออกแบบมาให้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินบิทูมินัสเท่านั้น ไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ หรือถ่านหินลิกไนต์ทดแทนได้
เพื่อรักษาความมั่นคงด้านปริมาณสำรองไฟฟ้าภายในประเทศซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำหรับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ตามนโยบายรัฐบาล
เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2537 ที่สนับสนุนให้เอกชนลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้า ตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ไม่สามารถกู้เงินเพื่อมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูงมาก เนื่องจากติดเรื่องเพดานเงินกู้การอนุมัติให้บริษัทฯ ต่างชาติที่มีประสบการณ์และทักษะเข้ามาก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศนั้น ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ
ประโยชน์ต่อประเทศ
ช่วยลดภาระรัฐบาลในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านปริมาณสำรองไฟฟ้าในประเทศ
ประโยชน์ต่อชุมชน
การจ้างแรงงานจำนวนมากในอนาคต ในช่วงก่อสร้าง สูงสุด 1,400 คน และในช่วงเปิดดำเนินการ 280 คน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นส่วนอื่นๆ ที่จะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องหลังจากที่โรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการแล้ว สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นในรูปภาษีต่างๆ เฉพาะภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน และภาษีป้ายรวมแล้ว ปีละประมาณ 20 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ และภาษีการค้า
บริษัทฯ มีนโยบายในการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตในลักษณะต่างๆ เช่น การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การสนับสนุนด้านการศึกษาและทักษะในด้านต่างๆ ของเยาวชนการสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการและมีความเหมาะสมกับ แต่ละชุมชนโดยเฉพาะ
บีแอลซีพี ได้รับเลือกให้เข้ามาก่อสร้างโรงไฟฟ้าเนื่องจากสามารถเสนอราคาต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาของ กฟผ.ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน สาเหตุเนื่องมาจากราคาก๊าซธรรมชาติอ้างอิงกับราคาน้ำมันซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนในการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเกือบร้อยละ 70 ในขณะที่มีการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าเพียงร้อยละ 19 ราคาของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ามีผลต่อราคาค่าไฟฟ้า เนื่องจากค่าเชื้อเพลิงผันแปร หรือ FT นั้น คิดเฉลี่ยจากเชื้อเพลิงทุกประเภทที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ดังนั้น หากเราสามารถเพิ่มสัดส่วนของการใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาถูกกว่าในการผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นก็จะทำให้ราคาค่า FT ลดลง และค่าไฟฟ้าก็จะถูกลงด้วย
อย่างไรก็ตามบีแอลซีพี มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความโปร่งใส และพร้อมให้ชุมชนมีส่วนร่วมตรวจสอบโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้ทุกขั้นตอน บีแอลซีพี มีความแตกต่างจากโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ เนื่องจากก่อสร้างบนพื้นที่ถมทะเล ซึ่งยื่นจากชายฝั่งออกไป 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกกำหนดโดยรัฐบาล
ในอเมริกาและยุโรปมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมากอยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลย์ในการใช้เชื้อเพลิงจึงต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่นบ้าง เช่น โรงไฟฟ้าพลังก๊าซ โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังชีวมวล สำหรับในทวีปเอเชีย ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ๆ ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน และแม้กระทั่งมาเลเซีย ซึ่งมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติภายในประเทศมากกว่าไทยถึง 10 เท่า ก็ยังมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยมีเหตุผลเพื่อการสร้างสมดุลย์ด้านการใช้เชื้อเพลิงเช่นกัน
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าถึงร้อยละ 70 ซึ่งเป็นปริมาณที่เสี่ยงต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ในกรณีที่เกิดการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติหรือราคาน้ำมันสูงขึ้น จะเกิดผลเสียต่อประเทศและราคาค่าไฟฟ้าก็จะพุ่งสูงตามไปด้วย
ไม่จริง เนื่องจากบ้านปูไม่สามารถจัดหาถ่านหินในระดับคุณภาพที่ต้องการในปริมาณที่มากพอสำหรับบีแอลซีพีได้ บ้านปูจึงไม่ได้เป็นผู้จัดหาถ่านหินให้กับบีแอลซีพี
เพราะโรงไฟฟ้าหนึ่งๆ
ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 4-5 ปี โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี
เพาเวอร์จะสร้างเสร็จประมาณปลายปี 2549 ซึ่งจะสอดคล้องกับที่มีหลายๆ
หน่วยงานพยากรณ์ไว้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณปี 2550
บีแอลซีพีมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมายไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทย โดยควบคุมต้นทุนการผลิตให้ต่ำ เพื่อช่วยรองรับความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต
หม้อไอน้ำมีการออกแบบพิเศษให้สามารถลดปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
บีแอลซีพีติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นด้วยระบบไฟฟ้าสถิตย์ที่ดักจับฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ประมาณ 99.96%) ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีฝุ่นจากโรงไฟฟ้าทำให้บ้านเรือนในละแวกใกล้เคียงสกปรกรวมทั้งไม่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชาชน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เลือกใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดไปจนถึงการมีมาตรการในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โดยการเลือกใช้เชื้อเพลิง คือถ่านหินบิทูมินัส ซึ่งเป็นถ่านหินคุณภาพดี มีปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านหินต่ำ คือมีปริมาณสูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.70 และปริมาณเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 0.45 ต่อปี (ปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านลิกไนต์ที่แม่เมาะประมาณร้อยละ 3-5) เลือกใช้เครื่องจักรในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมอุปกรณ์ในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ เลือกใช้เตาเผาที่มีการควบคุมการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนให้มีปริมาณน้อย ติดตั้งเครื่องดักฝุ่นระบบไฟฟ้าสถิตย์ อากาศที่บำบัดแล้วจะถูกปล่อยไปทางปล่องระบายซึ่งมีความสูงถึง 200 เมตร เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีโรงบำบัดน้ำเสีย มีบ่อปรับอุณหภูมิและความเป็นกรดด่างของน้ำหล่อเย็นก่อนปล่อยลงสู่ทะเล เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางน้ำจัดระบบการตรวจสอบสภาวะ ทั้งทางน้ำ และทางอากาศ อย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องมืออัตโนมัติและตรวจสอบซ้ำด้วยหน่วยงานกลาง รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาตรวจสอบ
เป็นนโยบายหลักของบีแอลซีพีที่ไม่เพียงแต่จะควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนดมาตรฐานที่ทางหน่วยงานราชการกำหนดไว้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวอนามัยของประชาชนเท่านั้น แต่บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ดีกว่ามาตรฐานที่ทางราชการกำหนด หากบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว หน่วยงานที่กำกับดูแลสามารถดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทฯ ได้ทันที
น้ำทะเลจะถูกใช้เพื่อแปรสภาพออกไซด์ของซัลเฟอร์เป็นอนุมูลซัลเฟต ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำทะเลตามปกติ จึงไม่มีสารโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำทะเลจากกระบวนการ
การถมทะเลเป็นการดำเนินการของการนิคมอุตสาหกรรม บีแอลซีพีเป็นเพียงผู้เช่าพื้นที่เท่านั้น
เนื่องจากต้องสร้างเป็นท่าเรือน้ำลึกเพื่อการขนถ่ายถ่านหินทางเรือ ซึ่งปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมีความลึกเพียง 12 เมตรเท่านั้น แต่บีแอลซีพีต้องการท่าเรือที่ลึกประมาณ 17 เมตร จึงต้องทำการดูดทรายขึ้นมา และทรายดังกล่าวจะนำไปปรับสภาพพื้นที่ในการสร้างโรงไฟฟ้า
การขนถ่าย จะใช้เครนตักจากเรือใส่ในระบบสายพานกึ่งปิด โดยจะมีการสเปรย์น้ำที่กรวยก่อนลงสู่ระบบสายพานตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ฝุ่นถ่านหินฟุ้งกระจาย หลังจากนั้นจะลำเลียงเข้าสู่สายพานระบบปิดต่อไป
ก่อนเรือจะออกจากท่าเรือที่ประเทศออสเตรเลียและอินโดนีเซีย จะมีการตรวจสอบคุณภาพถ่านหินก่อนส่งมายังประเทศไทย โดยหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับจากทางโรงไฟฟ้าและบริษัทที่จัดจำหน่ายถ่านหิน และมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งที่ท่าเรือของบริษัทฯ ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
สวัสดีครับ! ยินดีต้อนรับสู่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี
มีอะไรให้ช่วยเหลือไหมครับ?
ตัวเลือกด่วน: