FAQs คำถามที่พบบ่อย

ทั่วไป

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชนตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ หรือ ไอพีพี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  (กฟผ.) มีขนาด 2x700 เมกะวัตต์ โดยใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภทบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยระบบคลีนโคลเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด จะเริ่มทำการปรับพื้นที่ในเดือนกรกฎาคม 2545 และจะเริ่มทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ในเดือนกรกฎาคม 2546 ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างทั้งสิ้น 42 เดือน โดยจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. สำหรับหน่วยแรกในเดือนตุลาคม 2549  และหน่วยที่สองในเดือนกุมภาพันธ์ 2550

จะตั้งอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)  บริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 2 ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง 

โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท บ้านปู โคล เพาเวอร์ จำกัด จากประเทศไทย และ บริษัท ซีแอลพี เพาเวอร์เจน เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างฮ่องกงกับประเทศอังกฤษ

กฟผ. ส่งเอกสารเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2537

กฟผ. ประกาศผู้ชนะการประมูลโครงการ IPP ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2539 ซึ่งบริษัท       บีแอลซีพี เพาเวอร์ คือบริษัทหนึ่งซึ่งชนะการประมูล ณ เวลานั้น หลังจากวันที่ 20 ธันวาคม 2539 กฟผ. และบีแอลซีพี ได้เจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และสามารถ  ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งในสัญญา บริษัทฯ มีกำหนดจ่าย  ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2545 สำหรับหน่วยที่หนึ่ง และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 สำหรับหน่วยที่สอง ต่อมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในประเทศไทย ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศลดลงมาก กฟผ. จึงได้ทำหนังสือ ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2541 ขอเลื่อนกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. โดยบีแอลซีพี ออกไปอีก 4 ปี คือขอให้บริษัทฯ จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของกฟผ. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2549 สำหรับหน่วยที่หนึ่ง และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 สำหรับหน่วยที่สอง

บริษัทฯ ได้ตอบรับคำร้องขอของ กฟผ. โดยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเจรจาในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม (PPA Amendment)   เนื่องจากเปลี่ยนสาระสำคัญในสัญญาเดิม และได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542 บริษัทฯ ได้เจรจาขอเช่าพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 2 กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และได้ลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2543 เพื่อให้เป็นไปตามข้อผูกพันในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่ม หลังจากที่บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ฉบับแรก บริษัทฯ ได้ดำเนินการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า และท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน เพื่อให้เป็นไปตาม PPA โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539  ซึ่งรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าและรายงานฯ ของท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2544 และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2545 ตามลำดับ    

ข้อมูลเฉพาะ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี

ใช้พื้นที่ก่อสร้างจำนวน 602.25 ไร่ โดยมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 1,400  เมกะวัตต์

ส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย  ตัวโรงไฟฟ้า ท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน  และลานกองถ่านหิน

ไม่ใช่ โครงการโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์  ได้กำหนดพื้นที่ก่อสร้างในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง มาตั้งแต่เริ่มโครงการ ปี 2539 ไม่ได้ย้ายการก่อสร้างมาจากจังหวัดอื่น

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี  เพาเวอร์ ถูกออกแบบมาให้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภท

บิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย

ถ่านหินบิทูมินัส เป็นถ่านหินที่มีคุณภาพดีกว่าลิกไนต์มาก เพราะให้ค่าความร้อนสูงกว่าลิกไนต์ประมาณ 1 เท่า ขณะที่มีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำกว่ามาก สำหรับบีแอลซีพีจะใช้ถ่านหินบิทูมินัสที่มีปริมาณซัลเฟอร์ไม่เกินร้อยละ  0.7 และเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 0.45 ตลอดปี ส่วนถ่านหินลิกไนต์มีปริมาณซัลเฟอร์ประมาณร้อยละ 3-5

ถ่านหินบิทูมินัส เป็นถ่านหินคุณภาพดี นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย

เป็นไปไม่ได้ เพราะระบบของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ ถูกออกแบบมาให้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินบิทูมินัสเท่านั้น ไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ หรือถ่านหินลิกไนต์ทดแทนได้ 

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ จะทำการขนส่งถ่านหินบิทูมินัสซึ่งนำเข้าโดยทางเรือเท่านั้น และมี การขนถ่ายผ่านท่าเรือซึ่งติดกับพื้นที่โรงไฟฟ้าโดยขนส่งผ่านสายพานระบบกึ่งปิดถึงปิด โดยจะมีการ สเปรย์น้ำเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นถ่านหินป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบทางอากาศ ส่วนน้ำที่ใช้ในการสเปรย์จะถูกส่งไปยังบ่อตกตะกอนและนำกลับมาใช้ในการสเปรย์ต่อไป   

เพื่อรักษาความมั่นคงด้านปริมาณสำรองไฟฟ้าภายในประเทศซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำหรับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ตามนโยบายรัฐบาล

เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2537 ที่สนับสนุนให้เอกชนลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้า ตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ไม่สามารถกู้เงินเพื่อมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูงมาก เนื่องจากติดเรื่องเพดานเงินกู้การอนุมัติให้บริษัทฯ ต่างชาติที่มีประสบการณ์และทักษะเข้ามาก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศนั้น ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ

ประโยชน์ต่อประเทศ

ช่วยลดภาระรัฐบาลในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านปริมาณสำรองไฟฟ้าในประเทศ

ประโยชน์ต่อชุมชน

การจ้างแรงงานจำนวนมากในอนาคต  ในช่วงก่อสร้าง สูงสุด 1,400 คน และในช่วงเปิดดำเนินการ 280 คน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นส่วนอื่นๆ ที่จะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องหลังจากที่โรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการแล้ว สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นในรูปภาษีต่างๆ เฉพาะภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน และภาษีป้ายรวมแล้ว ปีละประมาณ 20 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ และภาษีการค้า

บริษัทฯ มีนโยบายในการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตในลักษณะต่างๆ เช่น การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การสนับสนุนด้านการศึกษาและทักษะในด้านต่างๆ ของเยาวชนการสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการและมีความเหมาะสมกับ แต่ละชุมชนโดยเฉพาะ    

บีแอลซีพี ได้รับเลือกให้เข้ามาก่อสร้างโรงไฟฟ้าเนื่องจากสามารถเสนอราคาต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาของ กฟผ.ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน สาเหตุเนื่องมาจากราคาก๊าซธรรมชาติอ้างอิงกับราคาน้ำมันซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนในการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเกือบร้อยละ 70 ในขณะที่มีการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าเพียงร้อยละ 19 ราคาของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ามีผลต่อราคาค่าไฟฟ้า เนื่องจากค่าเชื้อเพลิงผันแปร หรือ FT นั้น คิดเฉลี่ยจากเชื้อเพลิงทุกประเภทที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ดังนั้น หากเราสามารถเพิ่มสัดส่วนของการใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาถูกกว่าในการผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นก็จะทำให้ราคาค่า FT ลดลง และค่าไฟฟ้าก็จะถูกลงด้วย

ทำไมต้องเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน

บีแอลซีพีไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

อย่างไรก็ตามบีแอลซีพี มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความโปร่งใส และพร้อมให้ชุมชนมีส่วนร่วมตรวจสอบโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้ทุกขั้นตอน บีแอลซีพี มีความแตกต่างจากโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ เนื่องจากก่อสร้างบนพื้นที่ถมทะเล ซึ่งยื่นจากชายฝั่งออกไป 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกกำหนดโดยรัฐบาล

ในอเมริกาและยุโรปมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมากอยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลย์ในการใช้เชื้อเพลิงจึงต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่นบ้าง เช่น โรงไฟฟ้าพลังก๊าซ โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังชีวมวล สำหรับในทวีปเอเชีย ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ๆ ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน และแม้กระทั่งมาเลเซีย ซึ่งมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติภายในประเทศมากกว่าไทยถึง 10 เท่า ก็ยังมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยมีเหตุผลเพื่อการสร้างสมดุลย์ด้านการใช้เชื้อเพลิงเช่นกัน

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าถึงร้อยละ 70 ซึ่งเป็นปริมาณที่เสี่ยงต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ในกรณีที่เกิดการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติหรือราคาน้ำมันสูงขึ้น จะเกิดผลเสียต่อประเทศและราคาค่าไฟฟ้าก็จะพุ่งสูงตามไปด้วย

ไม่จริง เนื่องจากบ้านปูไม่สามารถจัดหาถ่านหินในระดับคุณภาพที่ต้องการในปริมาณที่มากพอสำหรับบีแอลซีพีได้ บ้านปูจึงไม่ได้เป็นผู้จัดหาถ่านหินให้กับบีแอลซีพี

ภาวะโลกร้อนเกิดจากการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันของทุกๆ คน ซึ่งพลังงานส่วนใหญ่จะถูกใช้ในการผลิตสินค้าและการขนส่ง การผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้งที่ใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือแม้แต่การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนพลังน้ำ ก็ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เนื่องจากการสร้างเขื่อนจะต้องมีการตัดต้นไม้ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกเราลดลงอย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงก๊าซต่าง ๆ ที่มีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน จะเห็นว่าการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก (Global Warming Potential หรือ GWP) เพียงแค่ 1 เท่า เมื่อเทียบกับการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีมีเทนเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อเกิดการรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมจะมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกถึง 21 เท่า
หากจะเปรียบเทียบในระดับประเทศต่างๆทั่วโลก ผลกระทบที่จะก่อให้เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกที่เกิดจากอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศไทยนับว่ามีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาทางอุตสาหกรรม อาทิ สหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะจับตามองเป็นอย่างมากในเรื่องของการให้ความร่วมมือเพื่อการแก้ไขอย่างรีบด่วน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การเลือกใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ไปจนถึงการมีมาตรการในการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยการเลือกใช้เชื้อเพลิง คือ ถ่านหินบิทูมินัส ซึ่งเป็นถ่านหินคุณภาพดี มีปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านหินต่ำ คือ มีปริมาณสูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.70 และปริมาณเฉลี่ยต่อปีไม่เกินร้อยละ 0.45
หากจะเปรียบเทียบในระดับประเทศต่างๆทั่วโลก ผลกระทบที่จะก่อให้เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกที่เกิดจากอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศไทยนับว่ามีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาทางอุตสาหกรรม อาทิ สหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะจับตามองเป็นอย่างมากในเรื่องของการให้ความร่วมมือเพื่อการแก้ไขอย่างรีบด่วน
การเลือกใช้เครื่องจักรในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมอุปกรณ์การดูแลสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ โดยติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เลือกใช้เตาเผาที่มีการควบคุมการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนให้มีปริมาณน้อย ติดตั้งเครื่อง ดักฝุ่นระบบไฟฟ้าสถิตย์ อากาศที่บำบัดแล้วจะถูกปล่อยออกทางปล่องซึ่งมีความสูงถึง 200 เมตร เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศ นอกจากนี้ ยังมีโรงบำบัดน้ำเสีย มีบ่อปรับค่าอุณหภูมิ และความเป็นกรด-ด่างของน้ำหล่อเย็นก่อนปล่อยลงสู่ทะเล เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางน้ำ
จัดระบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งทางน้ำและทางอากาศอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติและตรวจสอบซ้ำโดยที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ความร่วมมือ กับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาตรวจสอบได้
บริษัทฯยังได้ทำการพัฒนาป่าชายเลนร่วมกับเทศบาลนครระยองและประชาชนในพื้นที่รอบป่าชายเลนในพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งสามารถปลูกป่าไดประมาณ 100,000 ต้น หรือสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 25,000 ต่อปีถึงแม้ว่าจะไม่สามารถลดการระบายก๊าซดังกล่าวได้ไม่ทั้งหมดแต่ก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ของบริษัทฯที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่จะลดภาวะโลกร้อน

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพียึดนโยบายไม่ต้องการให้เกิดการปะทะหรือเกิดความรุนแรงใดๆทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ และพร้อมให้ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้ทุกขั้นตอน
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพียึดถือและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับมาตรฐานต่างๆ ตามที่ระบุไว้ ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environment Impact Assessment : EIA) และมาตรฐานการควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งมีการให้ความรู้ แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและต่อเนื่องตลอดเวลา รวมถึงการเข้าไปอธิบาย และตอบคำถามให้แก่องค์กรเพื่อการพัฒนาต่างๆ ที่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย เช่น สภาทนายความ และองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย เป็นต้น
บริษัทฯ พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเผยแพร่เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ทั้งข้อมูลด้านเทคนิค ข้อมูลในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม และข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในการมีส่วนสนับสนุนชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยที่สุด โดยใช้ถ่านหิน บิทูมินัสซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพสูง และการออกแบบเตาเผาที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ดังนั้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจึงมีปริมาณน้อยมาก และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จะพยายามรักษาประสิทธิภาพนี้ไปตลอดช่วงอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้จัดให้มีระบบการจัดการพลังงาน และจัดทำโครงการอนุรักษ์พลังงาน อย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดปริมาณ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

บริษัทฯ ใช้บิทูมินัสแน่นอน บริษัทฯ มีสัญญาซื้อขายถ่านหินตลอดอายุโครงการ 25 ปี และมีการนำถ่านหินเข้ามาจากต่างประเทศโดยเรือ เที่ยวละประมาณ 1.5 แสนตัน นำเข้าปีละ 24 – 29 เที่ยวเรือ เฉลี่ย 2 ครั้ง/เดือน ทุกเที่ยวเรือจะมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานกลาง และผลการตรวจวัดปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านที่ส่งมาจะจัดส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ สผ. ทุกเที่ยวเรือ สำหรับความเป็นไปได้ที่จะนำถ่านหินประเภทลิกไนต์เข้ามาผสมด้วยได้หรือไม่นั้น เนื่องจากเครื่องจักรที่ออกแบบมาเพื่อใช้ถ่านหินที่มีค่าความร้อนสูงมากขนาดนี้จึงจะใช้งานได้ เนื่องจากถ่านหินประเภทบิทูมินัส 1 กก. ให้ความร้อนเท่ากับลิกไนต์ประมาณ 2 กก. ตามหลักการนี้แม้แต่เรื่องต้นทุนก็รับไม่ได้แล้ว และ บริษัทฯ ได้มีมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยการติดตั้งอุปกรณ์ติดตั้งติดตามตรวจสอบ บริเวณปล่องระบายอากาศ ซึ่งเป็นการตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง และจะออนไลน์ไปที่ กนอ. และกรมควบคุมมลพิษ เพื่อยืนยันว่าบริษัทฯ ดำเนินการผลิตเหมือนกันตลอดเวลา และเนื่องจากลิกไนต์ในปัจจุบันพบที่จังหวัดลำปางอยู่ภาคเหนือ ในขณะที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ที่ จ.ระยอง หากต้องขนส่งถ่านหินลงมาเป็นไปได้ 2 ทาง คือทางรถยนต์ กับทางรถไฟ ซึ่งค่าขนส่งเฉลี่ยประมาณ 2 บาท/กม./ตัน ฉะนั้นค่าขนส่งจากจังหวัดลำปางมาที่มาบตาพุดสูงกว่าเชื้อเพลิงที่นำเข้าโดยเรือ จึงเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทฯ จะขนส่งลิกไนต์จากแม่เมาะมาใช้ที่โรงไฟฟ้า จ. ระยอง

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีดำเนินนโยบายโดยยึดหลักบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) กล่าวคือ ใช้หลักคุณธรรม นิติธรรม ความคุ้มค่า ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ความรับผิดชอบต่อสังคม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อสร้างความไว้วางใจ สร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ชุมชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไม่ย่อท้อ
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อบริษัทฯ จะได้มีความรู้และเข้าใจความต้องการของชุมชนอย่างถูกต้องทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทั้งยังช่วยทำให้บริษัทฯ สามารถประมวลผล ปรับปรุงการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ การติดต่อสื่อสารและงานชุมชนสัมพันธ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวชุมชนได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการออกไปพบปะพูดคุยและการอธิบายข้อคับข้องใจต่างๆ ของชุมชน น่าจะช่วยคลายข้อกังวลใจหรือช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างถูกต้องทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีตระหนักถึงความสำคัญของชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า จึงมีนโยบายพัฒนาชุมชนต่างๆในเขตมาบตาพุดผ่านโครงการต่างๆที่ได้รับความสนใจและการร่วมมือจากชุมชนต่างๆ อาทิ
การประชุมคณะกรรมการไตรภาคี (Tripartite Committee Meeting) จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน สร้างการมีส่วนร่วม และเพื่อแจ้งผลการดำเนินงาน กิจกรรม ข้อมูลข่าวสารของโรงไฟฟ้าฯ ให้คณะกรรมการฯ และผู้เข้าร่วมประชุมทราบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ รวมทั้งรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ปัญหา หรือผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดจากกิจกรรมของโรงไฟฟ้าฯ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข และหาทางป้องกันร่วมกัน
โครงการทุนการศึกษา “น้อง ๆ เรียนดีกับบีแอลซีพี” (BLCP Scholarship) โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเอง ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวช่วงที่เปิดเทอมและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ด้านการศึกษา
โครงการรักษ์ป่าชายเลนกับ บีแอลซีพี (BLCP Mangrove Forest Planting) เป็นโครงการระยะยาว 5 ปี (2551 – 2555) ณ สมุทรเจดีย์กลางน้ำ จ. ระยอง จัดขึ้นเพื่อพัฒนาผืนป่าชายเลนผืนสุดท้ายของชาวระยอง ซึ่งมีจำนวนประมาณ 200 ไร่ และเพื่อเป็นแหล่งธรรมชาติศึกษาแก่อนุชนรุ่นหลังและผู้ที่สนใจทั่วไป รวมทั้งเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน และชาวระยอง ด้วยการสรรสร้างโลกสวยด้วยมือเรา
โครงการนำร่องการจัดการน้ำเสียระดับครัวเรือน (Grey Water Pilot Project) เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบระบบการจัดการและเทคโนโลยีการจัดการน้ำเสียระดับครัวเรือน เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพขององค์กรภาคประชาชนในการจัดการน้ำเสียของชุมชน
โครงการอิฐบล็อกผสมเถ้าถ่านหิน (Fly Ash Cement Blocks) เป็นโครงการที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของเถ้าถ่านหิน(เถ้าลอย) ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำอิฐบล๊อก (บล๊อกปูพื้นถนน) และยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ผักปลอดสารพิษ เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง (Hydroponics Vegetables Farm Project) เป็นโครงการที่ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคผักมีสุขภาพแข็งแรง รวมทั้งสร้างเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้ขอรับโครงการ เช่นนายทหารชั้นผู้น้อย และเป็นอาหารกลางวันสำหรับเด็กในโรงเรียน
โครงการมัคคุเทศน์น้อยบีแอลซีพี (BLCP Junior Guide) บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และจัดอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เพื่อส่งเสริม พัฒนาความรู้ ความสามารถ และฝึกฝนให้เยาวชนมีทักษะการสื่อสารที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ รวมถึงช่วยพัฒนาให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ในอนาคต
นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “อาคารพลังงานเคียงสะเก็ด” (Kiang Saket Energy Center; KSEC) เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพลังงานแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ชุมชน และบุคคลที่สนใจทั่วไป ภายในอาคารจัดให้มีห้องนิทรรศการต่างๆ ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเน้นการสร้างเสริมความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานประเภทต่างๆ

กลุ่มเพื่อนชุมชนกำเนิดขึ้นโดยกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในมาบตาพุด จังหวัดระยอง ร่วมมือกันก่อตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์พลิกวิกฤติมาบตาพุดให้เป็นโอกาสในการร่วมมือกันทำให้ดีกว่ากฏหมายกำหนด ยกระดับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน เพื่ออุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
สมาชิกในช่วงก่อตั้ง ประกอบไปด้วย บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทโกวล์ และบริษัทดาว เคมิคอล ประเทศไทย จำกัด

เป็นการทำงานร่วมกัน โดยการส่งผู้แทนมาร่วมในคณะทำงาน ซึ่งมี 3 คณะหลัก คือ
คณะทำงานปฏิบัติการโรงงานสีเขียว (Green Operation) มุ่งยกระดับมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมในมาบตาพุดให้ดีกว่า EIA หรือมาตรฐานกำหนด มีแผนงานเร่งด่วนในการลดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) การควบคุมกลิ่น การควบคุมและลดการปล่อย Flare ให้ดีกว่าที่มาตรฐานกำหนด เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสะอาดที่ยั่งยืน
คณะทำงานดูแลเอาใจใส่ชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (Beyond CSR) มุ่งพัฒนาสุขภาพและการศึกษาของคนในชุมชน โดยดูแลตรวจสุขภาพ และร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจสุขภาพให้กับชุมชนเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ สนับสนุนบุคลากรด้านการพยาบาลโดยให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาล 200 ทุน รวมทั้ง เพิ่มศักยภาพและโอกาสให้กับเยาวชนในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พัฒนาคุณภาพโรงเรียนให้ทัดเทียมกับโรงเรียนในระดับแนวหน้าของประเทศ และจัดทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องจนถึงระดับอุดมศึกษา
คณะทำงานสื่อสารเสริมสร้างความเข้าใจ (Communication) มุ่งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างเปิดเผยและโปร่งใสเกี่ยวกับการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย โดยจะจัดตั้งศูนย์เพื่อนชุมชน เพื่อเป็นศูนย์รับข้อร้องเรียนให้เกิดการประสานงานและแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ทั้งเป็นศูนย์ให้ความรู้แก่คนในชุมชน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและซักซ้อมเหตุฉุกเฉินร่วมกับชุมชนให้ครบทุกชุมชน ตลอดจนการจัดเวทีชุมชนและรับฟังเสียงชุมชน

หลังจากเปิดศูนย์แล้ว จะมีการสื่อสารพ่วงไปกับกิจกรรม CSR ของกลุ่มเพื่อนชุมชน และแต่ละบริษัท นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ และสายด่วน 03 892 5100 ที่จะเป็นอีกช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ไปยังชุมชนด้วย
นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “อาคารพลังงานเคียงสะเก็ด” (Kiang Saket Energy Center; KSEC) เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพลังงานแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ชุมชน และบุคคลที่สนใจทั่วไป ภายในอาคารจัดให้มีห้องนิทรรศการต่างๆ ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเน้นการสร้างเสริมความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานประเภทต่างๆ

การผลิตและความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย

เพราะโรงไฟฟ้าหนึ่งๆ ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 4-5 ปี โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์จะสร้างเสร็จประมาณปลายปี 2549 ซึ่งจะสอดคล้องกับที่มีหลายๆ หน่วยงานพยากรณ์ไว้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณปี  2550 

บีแอลซีพีมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมายไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทย โดยควบคุมต้นทุนการผลิตให้ต่ำ เพื่อช่วยรองรับความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

การจัดการด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการตรวจสอบ

อากาศ บีแอลซีพีติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์คุณภาพสูง  เพื่อขจัดปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศ โดยลดปริมาณก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ ให้เหลือน้อยที่สุด

หม้อไอน้ำมีการออกแบบพิเศษให้สามารถลดปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน

บีแอลซีพีติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นด้วยระบบไฟฟ้าสถิตย์ที่ดักจับฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ประมาณ 99.96%)  ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีฝุ่นจากโรงไฟฟ้าทำให้บ้านเรือนในละแวกใกล้เคียงสกปรกรวมทั้งไม่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชาชน

น้ำ น้ำจืด มีบ่อตกตะกอนสำหรับน้ำจากการสเปรย์กองถ่านหิน และนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ส่วนน้ำจืดประเภทอื่นๆ จะเข้าสู่บ่อบำบัด ก่อนเข้าสู่ระบบระบายน้ำรวมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
น้ำทะเล น้ำทะเลซึ่งใช้เป็นน้ำหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อนของเครื่องจักรและใช้ในการกำจัดก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ จะทำการลดอุณหภูมิ และปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างก่อนปล่อยคืนสู่ทะเลทุกครั้ง
เถ้าถ่านหิน นำไปขายให้อุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์  นอกจากนั้นสามารถใช้ในการผลิตบล๊อกคอนกรีต หรืออาจนำไปใช้ถมที่หรือปรับสภาพพื้น

(1) โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากทั่วโลก (Proven Technology) และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ ได้แก่
ติดตั้งเตาเผาไหม้ประสิทธิภาพสูง เพื่อลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (Low NOX burner)
ติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นระบบไฟฟ้าสถิตย์ (Electrostatic Precipitator; ESP) เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองที่ปล่อยออกทางปล่อง
ติดตั้งเครื่องดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulphurization; FGD)เพื่อลดปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ปล่อยออกทางปล่อง
ติดตั้งปล่องระบาย (Chimney) ที่มีความสูง 200 เมตร เพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้น ของมลสารทางอากาศที่ปล่อยออกทางปล่อง
(2) โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมีการกำหนดเกณฑ์ควบคุมปริมาณการปล่อยมลสารทางอากาศ ให้มีค่าต่ำกว่าที่กฎหมายทั่วไปกำหนด ดังนี้
ฝุ่นละออง กำหนดเกณฑ์ที่ 43 mg/m3 ซึ่งดีกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายทั่วไปที่ 120 mg/m3 ถึงร้อยละ 64
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ กำหนดเกณฑ์ที่ 262 ppm ซึ่งดีกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายทั่วไป ที่ 320 ppm ถึงร้อยละ 18
ออกไซด์ของไนโตรเจน กำหนดเกณฑ์ที่ 241 ppm ซึ่งดีกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายทั่วไป ที่ 350 ppm ถึงร้อยละ 31

มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ

น้ำที่ใช้ในโรงไฟฟ้าฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
น้ำจืด (Fresh Water ) คือ น้ำที่โรงไฟฟ้าฯ นำไปใช้ในกระบวนการผลิต ท่าเรือ ลานกองถ่านหิน และภายในอาคารสำนักงาน โดยมีการจัดการน้ำเสีย ดังนี้ * จัดให้มีโรงบำบัดน้ำเสีย (Waste Water Treatment Plant) * น้ำฝนจากท่าเรือและลานกองถ่านหิน จะถูกบำบัดนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)
น้ำทะเล (Sea Water) ถูกสูบเข้ามาเพื่อใช้หล่อเย็นและใช้ในระบบบำบัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยติดตั้งตะแกรง 2 ชั้น (Traveling Screen and Bar Screen) เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิต (สัตว์ทะเล) เล็ดลอดเข้ามาเข้ามาในระบบหล่อเย็น รวมทั้งได้มีการควบคุมความเร็วของน้ำทะเลที่สูบเข้ามาใช้ในการหล่อเย็น โดยตะแกรงดังกล่าวจะช่วยให้สิ่งมีชีวิตที่อาจเล็ดลอดเข้ามา สามารถหนีออกจากคลองส่งน้ำหล่อเย็น ได้โดยง่าย นอกจากนี้ บริเวณจุดปล่อยน้ำหล่อเย็นได้ดำเนินการติดตั้งบ่อเติมอากาศ เพื่อปรับค่าอุณหภูมิ และค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำ ก่อนที่จะระบายออกสู่ทะเล พร้อมทั้งได้มีการตรวจสอบระบบ และจัดทำแผนการบำรุงรักษาอุปกรณ์รายปี รวมถึงได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล บริเวณโดยรอบโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

เชื้อเพลิง จะมีการตรวจสอบคุณภาพถ่านหินที่นำเข้าทุกเที่ยวเรือให้มีคุณภาพตามที่กำหนดจากหน่วยงานกลางที่เชื่อถือได้
อากาศ จะมีการติดตามตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง 3 บริเวณ คือ ด้านเหนือ และด้านใต้ของลานกองถ่านหิน และที่ชุมชนตากวน
ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring หรือ CEMs) ที่บริเวณกลางปล่อง และมีการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่อง โดยที่ปรึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมทุก 6 เดือน
ติดตั้งสถานีตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง (Air Quality Monitoring Station หรือ AQMS) จำนวน 4 แห่ง รอบๆ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และมีการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่บริเวณสถานี AQMS โดยที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมทุก 6 เดือน

ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว โดยที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมทุก 6 เดือน
ติดตั้งเครื่องมือติดตามตรวจสอบค่าอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่าคลอรีนคงเหลือ และค่า CODแบบอัตโนมัติ ณ จุดปล่อยน้ำออกสู่ทะเล
ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำทะเลในอ่าวมาบตาพุดจำนวน 13 จุด รอบๆ จุดปล่อยน้ำ โดยที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมทุก 3 เดือน

อากาศ ติดตั้งระบบบำบัดก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ ส่วนก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน บริษัทฯ ได้ออกแบบเตาเผาให้ลดปริมาณการเกิดก๊าซดังกล่าว
น้ำ ไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกจากโรงไฟฟ้า มีเพียงน้ำทะเลที่สูบเข้ามาหล่อเย็นและกำจัดก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ ซึ่งจะทำการปรับอุณหภูมิและความเป็นกรด – ด่างก่อนจะปล่อยลงสู่ทะเลโดยจะต้องทำให้มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับเมื่อตอนที่สูบเข้ามา
เถ้าถ่านหิน นำไปขายให้อุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์  นอกจากนั้นสามารถใช้ในการผลิตบล๊อกคอนกรีต หรืออาจนำไปใช้ถมที่หรือปรับสภาพพื้น

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เลือกใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดไปจนถึงการมีมาตรการในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยการเลือกใช้เชื้อเพลิง คือถ่านหินบิทูมินัส ซึ่งเป็นถ่านหินคุณภาพดี มีปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านหินต่ำ คือมีปริมาณสูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.70 และปริมาณเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 0.45 ต่อปี (ปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านลิกไนต์ที่แม่เมาะประมาณร้อยละ 3-5) เลือกใช้เครื่องจักรในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมอุปกรณ์ในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ  โดยมีการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์  เลือกใช้เตาเผาที่มีการควบคุมการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนให้มีปริมาณน้อย  ติดตั้งเครื่องดักฝุ่นระบบไฟฟ้าสถิตย์  อากาศที่บำบัดแล้วจะถูกปล่อยไปทางปล่องระบายซึ่งมีความสูงถึง 200 เมตร เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศ  นอกจากนี้ยังมีโรงบำบัดน้ำเสีย  มีบ่อปรับอุณหภูมิและความเป็นกรดด่างของน้ำหล่อเย็นก่อนปล่อยลงสู่ทะเล  เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางน้ำจัดระบบการตรวจสอบสภาวะ ทั้งทางน้ำ และทางอากาศ อย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องมืออัตโนมัติและตรวจสอบซ้ำด้วยหน่วยงานกลาง รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาตรวจสอบ

เป็นนโยบายหลักของบีแอลซีพีที่ไม่เพียงแต่จะควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนดมาตรฐานที่ทางหน่วยงานราชการกำหนดไว้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวอนามัยของประชาชนเท่านั้น แต่บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ดีกว่ามาตรฐานที่ทางราชการกำหนด หากบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว หน่วยงานที่กำกับดูแลสามารถดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทฯ ได้ทันที

น้ำทะเลจะถูกใช้เพื่อแปรสภาพออกไซด์ของซัลเฟอร์เป็นอนุมูลซัลเฟต ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำทะเลตามปกติ จึงไม่มีสารโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำทะเลจากกระบวนการ

ตามสัญญาประเภท EPC Turnkey ภายหลังจากเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วจึงจะมีการออกแบบบ่อบำบัดน้ำเสียให้สอดคล้องและเหมาะสมกับขนาดและความต้องการใช้งานต่อไป

การถมทะเลเป็นการดำเนินการของการนิคมอุตสาหกรรม บีแอลซีพีเป็นเพียงผู้เช่าพื้นที่เท่านั้น

เนื่องจากต้องสร้างเป็นท่าเรือน้ำลึกเพื่อการขนถ่ายถ่านหินทางเรือ ซึ่งปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมีความลึกเพียง 12 เมตรเท่านั้น แต่บีแอลซีพีต้องการท่าเรือที่ลึกประมาณ 17 เมตร จึงต้องทำการดูดทรายขึ้นมา และทรายดังกล่าวจะนำไปปรับสภาพพื้นที่ในการสร้างโรงไฟฟ้า

การขนถ่าย  จะใช้เครนตักจากเรือใส่ในระบบสายพานกึ่งปิด โดยจะมีการสเปรย์น้ำที่กรวยก่อนลงสู่ระบบสายพานตลอดเวลา  เพื่อไม่ให้ฝุ่นถ่านหินฟุ้งกระจาย หลังจากนั้นจะลำเลียงเข้าสู่สายพานระบบปิดต่อไป

ก่อนเรือจะออกจากท่าเรือที่ประเทศออสเตรเลียและอินโดนีเซีย จะมีการตรวจสอบคุณภาพถ่านหินก่อนส่งมายังประเทศไทย โดยหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับจากทางโรงไฟฟ้าและบริษัทที่จัดจำหน่ายถ่านหิน    และมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งที่ท่าเรือของบริษัทฯ ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

First of all water released by the power plant is treated to ensure that it meets all legal requirements.  Secondly, the water is used as a cooling medium and to remove sulfur, which naturally exists in the ocean.  

น้ำหล่อเย็นใช้น้ำทะเลสูบเข้ามาในระบบเพื่อพาความร้อนของเครื่องจักรออกไปทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น ได้รับการบำบัดโดยปล่อยออกไปที่บ่อพักและปั๊มอากาศเข้าไปเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการพาความร้อนออกไป หลังจากนั้นจะปล่อยออกสู่ท่อระบายน้ำยาว 500-600 ม. เพื่อปรับอุณหภูมิ จุดที่ปล่อยน้ำหล่อเย็นออกมาจะมีการตรวจวัดโดยระบบเครื่องมือโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดว่าอุณหภูมิสูงสุดที่ปล่อยออกต้องไม่เกิน40°C อุณหภูมิรอบจุดปล่อยในรัศมี 500 ม. จะมีอุณหภูมิแตกต่างจากน้ำทะเลได้ไม่เกิน 3°C มีการตรวจวัดอุณหภูมิรอบๆ จุดปล่อยประมาณ 13 จุดรอบ โครงการตลอดอายุโครงการ 25 ปี

บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัทที่มีความชำนาญด้านการขุดลอกร่องน้ำจากประเทศเบลเยี่ยมโดยจะเริ่มขุดลอกร่องน้ำประมาณต้นปี 2546 การขุดลอกดังกล่าวจะใช้ เรือขุด Cutter Suction ด้วยหัวขุดทังสเตนคาร์ไบด์เจาะตะกุยตะกอนทราย ขณะเดียวกันก็สูบกลับขึ้นมา ซึ่งวิธีดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการสูบตะกอนทราย ได้ถึง 90% ลำเลียงไปตามท่อ ลอยไปลงที่พื้นที่เช่าที่ต้องถมเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการกำกับแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน ซึ่งตั้งขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุใน EIA

ใช้น้ำทะเลวันละประมาณ 5.38 ล้านคิวบิกเมตรต่อวัน แพลงตอนที่สูบเข้าไปมีการพิสูจน์โดยนักชีววิทยาว่าตัวแพลงตอนเป็นประเภทใด และมีการพิสูจน์อีกเช่นเดียวกันว่าแพลงตอนส่วนนี้สามารถ Generate ได้ทุกวัน แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าบริษัทฯ มีสิทธิทำลายแพลงตอน แม้ทางบริษัทฯ ป้องกันไม่ได้แต่ส่ามารถสร้างทดแทนได้ บริษัทฯ ได้ปรึกษากับชุมชนโดยเฉพาะชุมชนประมง วิธีที่บริษัททำได้ก็คือไปสร้างใหม่ขึ้นมา เช่น การปล่อยปูในกระชังเพื่อให้เป็นระบบโซ่อาหารช่วงแรกของทะเลกลับไปสู่ทะเลรายละเอียดอยู่ในรายงานมวลชนสัมพันธ์พร้อมภาพประกอบ
ส่วนประเด็นเรื่องปลาขนาดใหญ่ เนื่องจากมีการออกแบบโรงไฟฟ้าเพื่อป้องกันและลดผลกระทบในการที่จะให้ความเร็วของน้ำที่ไหลเข้า 0.3 เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นความเร็วที่ค่อนข้างต่ำมาก เพราะฉะนั้นปลาใหญ่หรือปลาขนาดย่อมๆ จะไม่สามารถหลุดเข้าไปได้ นอกจากนี้มีตะแกรง 2 ชั้น ตะแกรงขนาดหยาบซึ่งป้องกันปลาขนาดใหญ่ตั้งแต่ก่อนเข้าไปในโรงไฟฟ้า คือจะกันปลาใหญ่ก่อน หลังจากนั้นจะมีตะแกรงละเอียดสำหรับป้องกันปลาตัวเล็ก แต่อย่างไรก็ตามแพลงตอนมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถป้องกันได้ บริเวณที่สูบน้ำเข้าเป็นบริเวณท่าเรือ ซึ่งด้านกฎของความปลอดภัยไม่ควรจะมีเรือหาปลาเข้าไปในบริเวณนั้น

กองถ่านหินมีการบดอัดแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซออกซิเจนเข้าไปทำให้เกิดการสันดาปได้
นอกจากนั้นจะมีการสเปรย์น้ำที่ปรับความแรงได้ตามความแรงของลม

จะมีระบบสเปรย์น้ำและปูด้วยวัสดุกันซึมรองใต้ลานกองถ่านหินเพื่อไม่ให้น้ำซึมลงดิน โครงการได้ทำระบบระบายน้ำเพื่อนำน้ำไปตกตะกอนที่บ่อพักน้ำจะถูกจะถูกบำบัด และนำกลับมาใช้ไม่มีการปล่อยลงสู่ทะเล ลานกองถ่านหินมีทั้งสิ้นจำนวน 3 กอง มีตัวสเปรย์น้ำ 17 ตัว ทำงานอัตโนมัติตามแรงลมที่วัดได้ กองถ่านสำรองจะบดอัดเป็นรูปทรงปิระมิดหัวตัดและสเปรย์สารประเภทโพลิเมอร์ลักษณะคล้ายกากน้ำตาล เพื่อยึดเกาะไม่ให้ฟุ้งกระจายในกรณีที่เกิดพายุรุนแรง
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
พร้อมให้บริการ

สวัสดีครับ! ยินดีต้อนรับสู่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี

มีอะไรให้ช่วยเหลือไหมครับ?

ตัวเลือกด่วน: