Thai | English

1. บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจอะไร?
บริษัทบีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชนตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ หรือ ไอพีพี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  (กฟผ.) มีขนาด 2x717 เมกะวัตต์ โดยใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภทบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
Top



2. โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อไร?
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีเริ่มทำการปรับพื้นที่ในเดือนกรกฎาคม 2545 และเริ่มทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ในเดือนกรกฎาคม 2546 และก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ใช้ ระยะเวลาการก่อสร้างทั้งสิ้น 43 เดือน โดยเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. สำหรับหน่วยผลิตที่หนึ่งในเดือนตุลาคม 2549  และหน่วยผลิตที่สองในเดือนกุมภาพันธ์ 2550
Top



3. โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)  บริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 2 ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง
Top



4. โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี มีรายละเอียดขั้นตอนในการดำเนินการโครงการอย่างไรบ้าง?
- กฟผ.ส่งเอกสารเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2537
- กฟผ. ประกาศผู้ชนะการประมูลโครงการ IPP ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2539 ซึ่งบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ คือบริษัทหนึ่งซึ่งชนะการประมูล ณ เวลานั้น
- หลังจากวันที่ 20 ธันวาคม 2539 กฟผ. และบีแอลซีพี ได้เจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และสามารถลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งในสัญญา บริษัทฯ มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2545 สำหรับหน่วยผลิตที่หนึ่ง และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 สำหรับหน่วยผลิตที่สอง
- ต่อมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในประเทศไทย ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศลดลงมาก กฟผ. จึงได้ทำหนังสือ ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2541 ขอเลื่อนกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ. โดยบีแอลซีพี ออกไปอีก 4 ปี คือขอให้บริษัทฯ จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของกฟผ. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2549  สำหรับหน่วยผลิตที่หนึ่ง และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 สำหรับหน่วยผลิตที่สอง
- บริษัทฯ ได้ตอบรับคำร้องขอของ กฟผ.    โดยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเจรจาในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม (PPA Amendment)   เนื่องจากเปลี่ยนสาระสำคัญในสัญญาเดิม และได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542
- บริษัทฯ ได้เจรจาขอเช่าพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบ ตาพุดระยะที่ 2 กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และได้ลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2543 เพื่อให้เป็นไปตามข้อผูกพันในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่ม
- บริษัทฯ ได้ดำเนินการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า และท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน เพื่อให้เป็นไปตาม PPA โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539  ซึ่งรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าและรายงานฯ ของท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2544 และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2545 ตามลำดับ
Top



5. ใครเป็นผู้ถือหุ้นของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี?
เป็นการร่วมทุน 50:50 ระหว่าง   บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) 
Top



6. โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี มีพื้นที่เท่าไร และกำลังการผลิตไฟฟ้าเท่าไร?
ใช้พื้นที่ก่อสร้างจำนวน 602.25 ไร่ โดยมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 1,434  เมกะวัตต์
Top



7. โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี แบ่งออกเป็นกี่ส่วน ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

ส่วนประกอบของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย  ตัวโรงไฟฟ้า ท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน  และลานกองถ่านหิน
Top



8. โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีย้ายการก่อสร้างมาจากจังหวัดอื่นเพราะมีปัญหาการก่อสร้างใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ โครงการโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้กำหนดพื้นที่ก่อสร้างในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง มาตั้งแต่เริ่มโครงการ ปี 2539 ไม่ได้ย้ายการก่อสร้างมาจากจังหวัดอื่น
Top



9. ใช้อะไรเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า?
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีถูกออกแบบมาให้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภทบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย โดยใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงในการจุดเตา (Start up)
Top



10. ถ่านหินบิทูมินัส มีความแตกต่างจากลิกไนต์อย่างไร?
ถ่านหินบิทูมินัสเป็นถ่านหินที่มีคุณภาพดีกว่าลิกไนต์มาก เพราะให้ค่าความร้อนสูงกว่าลิกไนต์ประมาณ 2 เท่า ขณะที่มีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำกว่ามาก สำหรับบีแอลซีพีจะใช้ถ่านหินบิทูมินัสที่มีปริมาณซัลเฟอร์ไม่เกินร้อยละ  0.7 และเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 0.45 ตลอดปี ส่วนถ่านหินลิกไนต์มีปริมาณซัลเฟอร์ประมาณร้อยละ 3
Top



11. เป็นไปได้ไหมว่าเพื่อการลดต้นทุนในอนาคต โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จะเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบจาก ถ่านหินบิทูมินัส ไปใช้ลิกไนต์ หรือเชื้อเพลิงชนิดอื่นทดแทน?
เป็นไปไม่ได้ เพราะระบบของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีถูกออกแบบมาให้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงเท่านั้น
Top



12. ถ่านหินบิทูมินัส นำมาจากที่ไหน?
ถ่านหินบิทูมินัสเป็นถ่านหินคุณภาพดี นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย
Top



13. การขนส่งถ่านหินจำนวนมากดำเนินการอย่างไรและจะส่งผลกระทบกับชุมชนใกล้เคียงหรือไม่?
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีจะทำการขนส่งถ่านหินบิทูมินัสซึ่งนำเข้าโดยทางเรือเท่านั้น และมีการขนถ่ายผ่านท่าเรือซึ่งติดกับพื้นที่โรงไฟฟ้าโดยขนส่งผ่านสายพานระบบกึ่งปิดถึงปิด โดยจะมีการสเปรย์น้ำเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นถ่านหิน  ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบทางอากาศ ส่วนน้ำที่ใช้ในการสเปรย์จะถูกส่งไปยังบ่อตกตะกอนและนำกลับมาใช้ในการสเปรย์ ต่อไป
Top



14. ทำไมต้องสร้างโรงไฟฟ้า?
เพื่อรักษาความมั่นคงด้านปริมาณสำรองไฟฟ้าภายในประเทศซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำหรับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ตามนโยบายรัฐบาล
Top



15. ทำไมรัฐบาลถึงไม่ดำเนินการในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเอง?
- เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2537 ที่สนับสนุนให้เอกชนลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้า ตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย  - นอกจากนี้การให้เอกชนเป็นคนสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งมีมูลค่าสูงมาก เป็นการลดภาระการกู้เงินของรัฐบาลซึ่งมีจำนวนจำกัด  จึงสามารถใช้เงินกู้ไปลงทุนในสาธารณูปโภคประเภทอื่นที่รัฐบาลต้องลงทุนเอง - การอนุมัติให้บริษัทฯ ต่างชาติที่มีประสบการณ์และทักษะเข้ามาก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศนั้น ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ
Top



16. ชาวบ้านจะได้รับประโยชน์อะไรจากโรงไฟฟ้าทั้งทางตรงและทางอ้อม?
ประโยชน์ต่อประเทศ
- ช่วยลดภาระรัฐบาลในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านปริมาณสำรองไฟฟ้าในประเทศ

ประโยชน์ต่อชุมชน
- การจ้างแรงงานจำนวนมาก  ในช่วงก่อสร้าง สูงสุด 6.000 คน และในช่วงเปิดดำเนินการ 280 คน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นส่วนอื่นๆ ที่จะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องหลังจากที่โรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการแล้ว

-  บริษัทฯได้จดทะเบียนบริษัทฯที่จังหวัดระยอง ซึ่งจะทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มบางส่วนลงสู่จังหวัดระยองโดยตรง ประมาณปีละ 500 ล้านบาท

- สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นในรูปภาษีต่างๆ เฉพาะภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน และภาษีป้ายรวมแล้ว ปีละประมาณ 20 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ และภาษีการค้า - บริษัทฯ มีนโยบายในการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตในลักษณะต่างๆ เช่น
- การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ
- การสนับสนุนด้านการศึกษาและทักษะในด้านต่างๆ ของเยาวชน
- การสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการและมีความเหมาะสมกับ แต่ละชุมชนโดยเฉพาะ
Top



17. ค่าไฟฟ้าจะถูกลงหรือไม่หลังสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว?
- บีแอลซีพีได้รับเลือกให้เข้ามาก่อสร้างโรงไฟฟ้าเนื่องจากสามารถเสนอราคาต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาของ กฟผ.
- ต้น ทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน สาเหตุเนื่องมาจากราคาก๊าซธรรมชาติอ้างอิงกับราคาน้ำมันซึ่งมีการเปลี่ยน แปลงตามราคาตลาดโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนในการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต ไฟฟ้าเกือบร้อยละ 70 ในขณะที่มีการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าเพียงร้อยละ 19 ราคาของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ามีผลต่อราคาค่าไฟฟ้า เนื่องจากค่าเชื้อเพลิงผันแปร หรือ FT นั้น คิดเฉลี่ยจากเชื้อเพลิงทุกประเภทที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ดังนั้น หากเราสามารถเพิ่มสัดส่วนของการใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาถูกกว่าในการผลิต ไฟฟ้าได้มากขึ้นก็จะทำให้ราคาค่า FT ลดลง และค่าไฟฟ้าก็จะถูกลงด้วย
Top



18. การต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก – หินกรูด ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ถ้าผู้สร้างยืนยันว่าโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง มีการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี?
- บีแอลซีพีไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ อย่างไรก็ตามบีแอลซีพี มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความโปร่งใส และพร้อมให้ชุมชนมีส่วนร่วมตรวจสอบโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้ทุกขั้นตอน
- บีแอลซีพีมีความแตกต่างจากโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ เนื่องจากก่อสร้างบนพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยยะที่ 2 ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และมีท่าเรือน้ำลึก ซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนใกล้ที่สุด 4 ก.ม.
Top



19. บีแอลซีพีมีมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
อากาศ
- บีแอลซีพีติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ ไดออกไซด์คุณภาพสูง  เพื่อขจัดปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศ โดยลดปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ให้เหลือน้อยที่สุด
- หม้อไอน้ำมีการออกแบบพิเศษให้สามารถลดปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
- บีแอลซีพีติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นด้วยระบบไฟฟ้าสถิตย์ที่ดักจับฝุ่นได้อย่าง มีประสิทธิภาพ (ประมาณ 99.7%)  ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีฝุ่นจากโรงไฟฟ้าทำให้บ้านเรือนในละแวกใกล้เคียง สกปรกรวมทั้งไม่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชาชน

น้ำ
- น้ำจืด มีบ่อตกตะกอนสำหรับน้ำจากการสเปรย์กองถ่านหิน และนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ส่วนน้ำจืดประเภทอื่นๆ จะเข้าสู่โรงบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้ได้ตามมาตรฐานก่อนที่จะระบายน้ำสู่รางระบายน้ำรวม ของโรงไฟฟ้า- น้ำทะเล ซึ่งใช้เป็นน้ำหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อนของเครื่องจักรและใช้ในการกำจัด ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จะทำการลดอุณหภูมิ และปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล

เถ้าถ่านหิน

- นำไปขายให้อุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์  นอกจากนั้นสามารถใช้ในการผลิตบล๊อกคอนกรีต หรืออาจนำไปใช้ถมที่หรือปรับสภาพพื้นที่
Top



20. มีมาตรการตรวจสอบอย่างไร?
เชื้อเพลิง
- จะมีการตรวจสอบคุณภาพถ่านหินที่นำเข้าทุกเที่ยวเรือให้มีคุณภาพตามที่กำหนดจากหน่วยงานกลางที่เชื่อถือได้

อากาศ
- จะมีการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง 3 บริเวณ คือด้านเหนือ และด้านใต้ ของลานกองถ่านหิน และที่ชุมชนตากวน (ชุมชนที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าที่สุดซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศเหนือ 4 ก.ม.)
- ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอากาศต่อเนื่องแบบอัตโนมัติที่ปากปล่องและตรวจวัดอากาศที่ปล่องโดยใช้ผู้ชำนาญการจากภายนอกทุก 6 เดือน
- ตั้งสถานีตรวจสอบคุณภาพอากาศต่อเนื่องจำนวน 4 แห่ง รอบๆ โรงไฟฟ้า และทำการตรวจวัดอากาศที่สถานีตรวจสอบอากาศโดยผู้ชำนาญการจากภายนอกทุก 6 เดือน

น้ำ
- จะตรวจวัดคุณภาพน้ำ  ณ โรงบำบัดน้ำเสีย ทุก 6 เดือน
- ติดตั้งเครื่องตรวจสอบอุณหภูมิและความเป็นกรด-ด่างของน้ำทะเลแบบอัตโนมัติ ณ จุดปล่อยน้ำออกสู่ทะเล
- ตรวจวัดอุณหภูมิน้ำทะเลในอ่าวมาบตาพุดจำนวน 13 จุด รอบๆ จุดปล่อยทุก 3 เดือน
Top



21. บีแอลซีพีมีการจัดการของเสียจากโรงไฟฟ้า ทั้งที่เป็นก๊าซ น้ำ และกากของเสียอย่างไร?
อากาศ
- ติดตั้งระบบบำบัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ส่วนก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน บริษัทฯ ได้ออกแบบเตาเผาให้ลดปริมาณการเกิดก๊าซดังกล่าว

น้ำ

- น้ำจืดจะผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย ส่วนน้ำทะเลที่สูบเข้ามาหล่อเย็นและกำจัดก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ ซึ่งจะทำการปรับอุณหภูมิและความเป็นกรด – ด่างก่อนจะปล่อยลงสู่ทะเลโดยจะต้องทำให้อุณหภูมิมีค่าไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส ตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

เถ้าถ่านหิน
- นำไปขายให้อุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์  นอกจากนั้นสามารถใช้ในการผลิตบล๊อกคอนกรีต เป็นส่วนผสมของดินผสมปลูกต้นไม้ หรืออาจนำไปใช้ถมที่หรือปรับสภาพพื้นที่
Top



22. บีแอลซีพีมั่นใจได้อย่างไรว่าจะ ไม่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ กลิ่นเหม็น น้ำเสีย และอื่นๆ?
- บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เลือกใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดไปจนถึงการมีมาตรการในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- โดยการเลือกใช้เชื้อเพลิง คือถ่านหินบิทูมินัส ซึ่งเป็นถ่านหินคุณภาพดี มีปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านหินต่ำ คือมีปริมาณสูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.70 และปริมาณเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 0.45 ต่อปี(ปริมาณซัลเฟอร์ในถ่านลิกไนต์ประมาณร้อยละ 3-5)
- เลือกใช้เครื่อง จักรในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมอุปกรณ์ในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการติดตั้งเครื่อง กำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
- เลือกใช้เตาเผาที่มีการควบคุมการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนให้มีปริมาณ น้อย  ติดตั้งเครื่องดักฝุ่นระบบไฟฟ้าสถิตย์  อากาศที่บำบัดแล้วจะถูกปล่อยไปทางปล่องระบายซึ่งมีความสูงถึง 200 เมตร เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศ  นอกจากนี้ยังมีโรงบำบัดน้ำเสีย  มีการปรับอุณหภูมิและความเป็นกรดด่างของน้ำหล่อเย็นก่อนปล่อยลงสู่ทะเล  เพื่อลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางน้ำ
- จัดระบบการตรวจสอบสภาวะ ทั้งทางน้ำ และทางอากาศ อย่างสม่ำเสมอด้วยเครื่องมืออัตโนมัติและตรวจสอบซ้ำด้วยหน่วยงานกลาง รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาตรวจสอบ
Top



23. บีแอลซีพีรับประกันได้หรือไม่ว่าจะสามารถควบคุมผลกระทบได้ 100%?
เป็นนโยบายหลักของบีแอลซีพีที่ไม่เพียงแต่จะควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตามข้อกำหนดมาตรฐานที่ทางหน่วยงานราชการกำหนดไว้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเท่านั้น แต่บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ดีกว่ามาตรฐานที่ทางราชการกำหนด
Top



24. เครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) มีการทำงานอย่างไร และจะก่อให้เกิดมลพิษจากสารโลหะหนักหรือไม่?
น้ำทะเลจะถูกใช้เพื่อแปรสภาพออกไซด์ของซัลเฟอร์เป็นอนุมูลซัลเฟต ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำทะเลตามปกติ จึงไม่มีสารโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำทะเลจากกระบวนการ นอกจากนี้บีแอลซีพีมีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำทะเลที่ระบายออก รวมทั้งสารโลหะหนักตลอดอายุของโรงไฟฟ้า
Top



25. ทำไมต้องถมทะเลเพื่อสร้างโรงไฟฟ้า จะมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่?
การถมทะเลเป็นการดำเนินการของการนิคมอุตสาหกรรม บีแอลซีพีเป็นเพียงผู้เช่าพื้นที่เท่านั้น
Top



26. ในการก่อสร้างท่าเรือ ทำไมต้องมีการดูดทรายขึ้นมา?
เนื่องจากต้องสร้างเป็นท่าเรือน้ำลึกเพื่อการขนถ่ายถ่านหินทางเรือ ซึ่งปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมีความลึกเพียง 12.5 เมตรเท่านั้น แต่บีแอลซีพีต้องการท่าเรือที่ลึกประมาณ 17 เมตร จึงต้องทำการขุดลอกตะกอนทรายขึ้นมาเพื่อทำให้เรือขนถ่ายถ่านหินสามารถจอด เทียบท่าได้ และทรายดังกล่าวจะนำไปปรับสภาพพื้นที่ในการสร้างโรงไฟฟ้า
Top



27. มีมาตรการป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย จากการขนถ่ายถ่านหินอย่างไร?
การ ขนถ่ายจะใช้ grab ที่ติดกับอุปกรณ์การขนถ่ายถ่านหินตักจากเรือใส่ในระบบสายพานกึ่งปิด โดยจะมีการสเปรย์น้ำที่กรวย (Hopper) ก่อนลงสู่ระบบสายพานตลอดเวลา  เพื่อไม่ให้ฝุ่นถ่านหินฟุ้งกระจาย หลังจากนั้นจะลำเลียงเข้าสู่สายพานระบบปิดต่อไป
Top



28. มีการควบคุมคุณภาพของเชื้อเพลิงอย่างไร?
ก่อนเรือจะออกจากท่าเรือที่ประเทศออสเตรเลียหรือประเทศอินโดนีเซีย จะมีการ ตรวจสอบคุณภาพถ่านหินก่อนส่งมายังประเทศไทย โดยหน่วยงานกลาง (Third Party) ที่เป็นที่ยอมรับจากทางโรงไฟฟ้าและบริษัทที่จัดจำหน่ายถ่านหิน และมีการตรวจ สอบอีกครั้งหนึ่งที่ท่าเรือของบริษัทฯ ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
Top



29. น้ำที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าจะทำให้สัตว์น้ำตายหรือไม่?
น้ำที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าสู่ทะเลนั้นจะเป็นน้ำหล่อเย็นและน้ำจากการกำจัดก๊าซ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ได้รับการบำบัดจึงไม่มีผลให้สัตว์น้ำตาย  ทั้งนี้ก่อนการปล่อยลงสู่ทะเล จะมีการลดอุณหภูมิและปรับสภาพความเป็นกรด – ด่างก่อน นอกจากนี้ บริษัทฯ มีมาตรการการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลในรัศมี 500 เมตรรอบๆ จุดปล่อยอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดอายุของโรงไฟฟ้า
Top



30. มีการป้องกันลานกองถ่านหินจากการลุกไหม้และติดไฟอย่างไร?
มีการตรวจสอบอุณหภูมิที่ลานกองถ่านหินอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมอุณหภูมิ และหากมีการลุกไหม้ของถ่านหินในลานกองถ่านหิน ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตักออกจากลานกองและใช้รถบูโดเซอร์บดอัดเพื่อควบ คุมออกซิเจน
Top



31. การก่อสร้างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีจะส่งผลกระทบต่อทิศทางของกระแสน้ำและการกัดเซาะของชายฝั่งในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่?
ไม่
Top



32. ทำไมบีแอลซีพีต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย ในขณะที่อเมริกาและยุโรปไม่มีการขยายการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน?
- ในอเมริกาและยุโรปมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมากอยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลย์ในการใช้เชื้อเพลิงจึงต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้า ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่นบ้าง เช่น โรงไฟฟ้าพลังก๊าซ โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังชีวมวล
- สำหรับในทวีปเอเชีย ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ๆ ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน และแม้กระทั่งมาเลเซีย ซึ่งมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติภายในประเทศมากกว่าไทยถึง 10 เท่า ก็ยังมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยมีเหตุผลเพื่อการสร้างสมดุลย์ด้านการใช้เชื้อเพลิงเช่นกัน
Top



33. ทำไมถึงต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขณะที่ประเทศไทยมีก๊าซธรรมชาติอยู่มากมาย และมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าอยู่แล้ว?
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแส ไฟฟ้าถึงร้อยละ 70 ซึ่งเป็นปริมาณที่เสี่ยงต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ในกรณีที่เกิดการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติหรือราคาน้ำมันสูงขึ้น จะเกิดผลเสียต่อประเทศและราคาค่าไฟฟ้าก็จะพุ่งสูงตามไปด้วย
Top



34. จริงหรือไม่ที่บีแอลซีพีเลือกใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงเพราะบ้านปู ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบีแอลซีพี เป็นบริษัทชั้นนำในการผลิตถ่านหิน และบ้านปูจะสามารถเพิ่มยอดขายจากการจัดหาถ่านหินให้กับบีแอลซีพี?
ไม่จริง เนื่องจากบ้านปูไม่สามารถจัดหาถ่านหินในระดับคุณภาพที่ต้องการในปริมาณที่ มากพอสำหรับบีแอลซีพีได้ บ้านปูจึงไม่ได้เป็นผู้จัดหาถ่านหินให้กับบีแอลซีพี
Top



35. ทำไมเราจึงต้องสร้างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีในระยอง ในเมื่อขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศต่ำมาก เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ?
เพราะโรงไฟฟ้าหนึ่งๆ ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 4-5 ปี โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สร้างเสร็จประมาณปลายปี 2549 ซึ่งจะสอดคล้องกับที่มีหลายๆ หน่วยงานพยากรณ์ไว้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นในปี  2550
Top



36. Will the construction of the BLCP power plant have any effect on the sea currents or cause corrosion of the shore within the area?
No.
Top

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจอะไร